• Statue of Liberty

แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด หากได้ไปเที่ยวละตินอเมริกา

แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด หากได้ไปเที่ยวละตินอเมริกา

Latin America เป็นกลุ่มประเทศในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ที่พูดภาษากลุ่มโรมานซ์เป็นหลัก ที่สำคัญยังเป็นที่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอีกมากมาย ทั้งจากธรรมชาติ และสร้างขึ้นเองโดยมนุษย์ บทความนี้ผมอยากจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จัก สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุดใน Latin America เรียกได้ว่าสวยแบบสุดๆ ที่ทุกคนควรจะต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

1. Iguazu Falls (Brazil, Argentina and Paraguay)
น้ำตกอีกวาซูตั้งอยู่บริเวณรอยต่อพรมแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศอาร์เจนตินา เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ มีขนาดใหญ่กว่าน้ำตกไนแอการาประมาณ 30 เท่า เป็นแนวยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุต ประกอบด้วยน้ำตกน้อยใหญ่อีก 275 แห่ง ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคมปริมาณน้ำมีมากถึงกว่า 13.6 ล้านลิตรต่อวินาที

2. Patagonia (Argentina and Chile)
ปาตาโกเนีย เป็นภูมิภาคที่ตั้งอยู่ปลายใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ ครอบคลุมพื้นที่ในประเทศอาร์เจนตินาและชิลี ประกอบด้วยบริเวณทางใต้ของเทือกเขาแอนดีส ไปถึงทางตะวันตกเฉียงใต้ จนถึงมหาสมุทรแปซิฟิก
และส่วนตะวันออกของเทือกเขา ไปถึงหุบเขาตามแม่น้ำโคโลราโด ไปทางใต้จนถึงเมืองการ์เมนเดปาตาโกเนส บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก ส่วนทางตะวันตกรวมถึงเมืองบัลดีเบียไปจนถึงกลุ่มเกาะเตียร์ราเดลฟวยโก

3. Salar de Uyuni (Bolivia)
ทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโบลิเวีย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 10,000 ตารางกิโลเมตร ตามตำนานจากปากคนท้องถิ่น เล่าว่า ทะเลเกลือแห่งนี้เกิดจากน้ำตาอันพรั่งพรูผสานกับน้ำนมที่หลั่งรินของ Tunupa นางยักษ์ที่ร้องไห้ขณะให้นมลูก หลังจากถูก Kushku ผู้เป็นสามีทิ้งไป ทะเลเกลือแห่งนี้ จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Salar de Tunupa

4. Ouro Preto (Brazil)bleepshow.com
โอรูเปรตู เป็นเมืองในรัฐมีนัสชีไรส์ ประเทศบราซิล เป็นเมืองเหมืองแร่ทองคำในทศวรรษ 1700 เป็นศูนย์กลางการผลิตทองคำของบราซิลระหว่างคริสต์ทศวรรษที่ 18 มีการท่องเที่ยว มีสถาปัตยกรรมอาณานิคม ได้รับการแต่งตั้งเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก เนื่องจากสถาปัตยกรรมบาโรกอันโดดเด่น เป็นแหล่งที่ค้นพบผลงานของ อาเลย์จาดีนยู (อานตอนยู ลิสบัว) ประติมากรและสถาปนิกชาวบราซิล

5. Torres del Paine (Chile)
เป็นอุทยานแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่ระยะ 112 กิโลเมตรทางทิศเหนือของเมือง Puerto Natales และ 312 กิโลเมตรทางทิศเหนือของเมือง Punta Arenas มีอาณาบริเวณครอบคลุมทั้งภูเขา ธารน้ำแข็ง
ทะเลสาบและแม่น้ำทางตอนใต้ของ Chilean Patagonia ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สงวนชีวาลัยของโลก โดย UNESCO ในปี 1978

6. Cartagena (Colombia)
เมืองชายฝั่งทางเหนือของโคลัมเบีย ในภูมิภาคชายฝั่งทะเลแคริบเบียนและเมืองหลวงของ Bolívar Department เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ แต่ถ้าในเรื่องความสวยงามแล้วละก็ ไม่เป็นรองใครเลยหล่ะครับ

7. Monteverde Cloud Forest Biological Reserve (Costa Rica)
เป็นพื้นที่เขตป่าสงวนของประเทศคอสตาริก้า ค้นพบในปี 1972 มีลักษณะเป็นป่าเมฆหรือป่าหมอก คือเป็นป่าไม้เขตร้อนในเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน ที่มีโอกาสถูกปกคลุมด้วยเมฆระดับต่ำได้สูง
เนื่องจากมีพื้นที่อยู่บนภูเขา Cordillera de Tilarán โดยชื่อของเขตป่างสวนนี้ตั้งตามชื่อของเมือง Monteverde ที่อยู่ใกล้ๆนั่นเอง

8. Tikal (Guatemala)
ซากเมืองโบราณขนาดใหญ่ที่สุด และเป็นเมืองที่สำคัญเมืองหนึ่งของอารยธรรมมายา ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกด้วย สถาปัตยกรรมที่ตั้งอยู่ภายในที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาล ช่วงเวลาที่เมืองเจริญถึงขีดสุดคือช่วงยุคคลาสสิก คือ ค.ศ. 200 ถึง 900

9. Machu Picchu (Peru)
เมืองสาบสูญแห่งอินคา เป็นซากอารยธรรมโบราณของชาวอินคา ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงในประเทศเปรู อารยธรรมแห่งนี้ได้ถูกลืมโดยคนภายนอกจนกระทั่งมีการค้นพบอีกครั้งโดยนักโบราณคดีที่ชื่อ ไฮแรม บิงแฮม เมื่อ พ.ศ. 2454 เป็นหลักฐานที่สำคัญของจักรวรรดิอินคา ในปี พ.ศ. 2526 องค์กรยูเนสโกได้กำหนดมาชูปิกชูให้เป็นมรดกโลก โดยทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมไปศึกษาประวัติศาสตร์

10. Angel Falls (Venezuela)
เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่กลางป่าดงดิบในประเทศเวเนซุเอลา เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในโลก โดยสูงกว่าน้ำตกไนแอการา ถึง 18 เท่า มีความสูงกว่า 979 เมตร ซึ่งผู้ที่จะเข้าชมน้ำตกสามารถเข้าไปโดยทางเรือและเครื่องบินเท่านั้น น้ำตกนี้มีลักษณะประหลาดคือ น้ำไม่สามารถตกถึงพื้นได้ เนื่องจากความสูงของน้ำตกสูงมากทำให้กว่าน้ำตกถึงพื้นมันจะกลายเป็นหมอกไปซะก่อน ทำให้พื้นที่บริเวณนี้มีหมอกหนาปกคลุมตลอดเวลา