• Statue of Liberty

อุโมงค์น้ำแข็งอลาสก้า

ชื่อเสียงของดินแดนหิมะอย่างอลาสก้าเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกว่า ทั่วทั้งทวีปและทั่วดินแดนเต็มไปด้วยหิมะยากที่ใครจะอาศัยอยู่ได้ตลอดเวลา ดินแดนอลาสก้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอเมริกาและที่นั่นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่ไม่น่าเชื่อว่าผู้คนจะค้นพบและดั้งด้นฝ่าความหนาวเย็นเพื่อที่จะได้ไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามนั้น ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ไม่พ่ายแพ้ต่อความหนาวเหน็บและอยากจะไปสัมผัสดินแดนที่เต็มไปด้วยหิมะก็จงตามเรามา

ในอลาสก้ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและร่ำลือว่าสวยที่สุดอยู่ สถานที่นั้นมีชื่อว่า ถ้ำน้ำแข็งเมนเดนเดนฮอลล์ ตั้งอยู่ที่เมืองชื่อว่าเมืองจูโน่ดินแดนของประเทศสหรัฐอเมริกา ความสวยงามและลักษณะพิเศษของถ้ำแห่งนี้คือ เป็นถ้ำธารน้ำแข็งทอดยาวออกไป 12ไมล์จุดกว้างของถ้ำประมาณเกือบครึ่งไมล์ ความลึกในจุดที่ลึกที่สุดของถ้ำอยู่ที่1800 ฟุต  มีน้ำแข็งที่มารวมตัวกันประกอบเป็นน้ำแข็งก้นใหญ่ ๆ ประมาณ 38 ก้อนและยังมีน้ำแข็งขนาดเล็กอีกประมาณ 100 ก้อน  ถ้ำน้ำแข็งนี้มีมาประมาณกว่า 1200 ปีแล้ว แต่ด้วยความที่อลาสก้าเป็นดินแดนที่หนาวจัดการมาเที่ยวชมถ้ำเมนเดนฮอลล์จึงนิยมมากันในช่วงฤดูร้อนหรือซัมเมอร์ เพราะจะบรรเทาความหนาวไปได้บ้างและไม่ต้องเสี่ยงต่อหิมะถล่ม กิจกรรมที่ทำกันเมื่อมาเยือนถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้มีทั้งการพายเรือคายัคชมหรือเรือแคนนูเข้าไปชมรอบๆ และภายในถ้ำ แสงสว่างจะสะท้อนน้ำแข็งที่เป็นผนังถ้ำยาวเหมือนอุโมงค์โปร่งแสงดูสวยงาม ผลึกของน้ำแข็งแต่ละก้อนก่อตัวขึ้นมาแตกต่างกันออกไป รอบ ๆ บริเวณ ดูคล้ายกับศิลปะที่ถูกสรรสร้างขึ้นโดยมนุษย์ต่างดาวและมองไปแล้วเหมือนกำลังอยู่บนอวกาศไม่ใช่สถานที่บนโลกมนุษย์เลย ทั่วทั้งบริเวณหลายไมล์กลายเป็นสีโทนฟ้า ทั้งฟ้าอ่อน ฟ้าเข้ม ฟ้าทึบ ฟ้าโปร่งแสงไปจนกระทั่งสีน้ำเงิน เมื่อน้ำสะท้อนลงมาที่พื้นผิวบริเวณพื้นผิวจะสว่างแต่ก็จะมีส่วนหนึ่งเป็นสีเข้มด้วย  การก่อตัวของน้ำแข็งเหล่านี้เกิดจากธารน้ำแข็งที่ไหลผ่านกระทบความเย็นแล้วจับตัวขึ้นเป็นธารน้ำแข็ง คงรูปอยู่อย่างนี้นับพันปี

ความงดงามของถ้ำน้ำแข็งนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ถ้ำเดียงในบริเวณนี้ตั่งม้ำถขนาดเล็ก ขนาดกลางอีกหลายถ้ำด้วยกัน แต่ละถ้ำมีความสวยงามแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับชั้นของน้ำแข็ง การเรียงตัวของน้ำแข็งและองศาของแสงที่ตกกระทบลงบนน้ำแข็งด้วย